แนวทางการส่งเสริมความอยู่ดีมีสุขของนิสิตโดยใช้ข้อมูลอย่างรอบด้าน

Assistant Prof. Siwachoat Srisuttiyakorn

Department of Educational Research and Psychology
Faculty of Education Chulalongkorn University

2025-07-14

ความอยู่ดีมีสุขของนิสิต

ปัญหาที่นิสิตอาจพบระหว่างการเรียน

  • ความคาดหวัง/ความผิดหวัง

  • ความเครียด ปัญหาซึมเศร้า

  • การปรับตัวกับชีวิตมหาวิทยาลัยไม่ได้

  • ความสัมพันธ์กับเพื่อนและคนรอบตัว

  • การจัดการเวลาและภาระงาน

  • ปัญหาส่วนตัว

แนวทางการใช้ข้อมูลเพื่อกำกับติดตามและดูแลความอยู่ดีมีสุขของนิสิต

  • คาดการณ์ปัญหาจากสัญญาณเริ่มต้น : ใช้ข้อมูลที่ีมีในปัจจุบันเพื่อคาดการณ์ความเสี่ยงล่วงหน้า หรือแนวโน้มของปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น การขาดเรียนบ่อย คะแนนลดลง ความถี่ในการร่วมกิจกรรมลดลง การถอนรายวิชา

  • ตอบสนองเมื่อพบปัญหา : เมื่อนิสิตมีพฤติกรรมหรือสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจน ระบบจะส่งต่อให้อาจารย์ที่ปรึกษา หรือผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ เพื่อให้่สามารถติดตามและให้การช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

  • การช่วยเหลือเชิงลึกและต่อเนื่อง : กรณีนิสิตประสบปัญหาซับซ้อน คณะจะประสานผู้เชี่ยวชาญ/เครือข่ายความช่วยเหลือ และจะกำกับติดตามอย่างต่อเนื่องเพื่อให้แน่ใจว่านิสิตได้รับการช่วยเหลืออย่างเหมาะสม

ความสำคัญของข้อมูลจากผู้ปกครอง

  • ช่องทางติดต่อกรณีฉุกเฉิน

  • ข้อมูลพื้นฐานที่ช่วยให้ฝ่ายกิจการนิสิต อาจารย์ที่ปรึกษา หรือผู้รับผิดชอบเข้าใจบริบทหรือปัจจัยที่อาจมีผลต่อการใช้ชีวิตของนิสิต

    • ด้านครอบครัว

    • ด้านการเงินที่ส่งผลต่อนิสิต

    • อุปนิสัยนิสิต

    • อื่น ๆ

ด้านครอบครัว

ข้อมูลที่ช่วยให้คณะเข้าใจบริบทของนิสิตว่าอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหน เช่น

  • นิสิตพักอยู่กับใครระหว่างเรียน (คนเดียว/หอพัก/ครอบครัว/ญาติ)

  • ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวเป็นอย่างไร (มีความเข้าใจกันดี/มีความตึงเครียด/ขาดการสื่อสาร/…)

  • เหตุการณ์สำคัญในครอบครัวในช่วงหลังที่อาจส่งผลต่อนิสิต เช่น การสูญเสียบุคคลสำคัญ การเจ็บป่วย

“นิสิตพักอยู่คนเดียวในหอพักนอกมหาวิทยาลัย ไม่ค่อยติดต่อกับครอบครัวและมีเวลาคุยกันน้อยเนื่องจากมีปัญหากับพ่อแม่” –> กิจการนิสิตจะทราบว่านิสิตอาจขาดแหล่งพึ่งพิงทางอารมณ์

ด้านการเงินที่ส่งผลต่อนิสิต

ข้อมูลที่ช่วยให้คณะเข้าใจภาวะกดดันที่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระทบต่อความอยู่ดีมีสุขและการเรียนของนักเรียน เช่น

  • มีทุนการศึกษาหรือรายรับประจำหรือไม่

  • นิสิตจำเป็นต้องทำงานพิเศษเพื่อหารายได้หรือไม่

  • ถ้ามีเป็นงานลักษณะไหน

  • มีผลกระทบต่อการเรียนหรือไม่

  • มีภาระหนี้สินที่อาจส่งผลต่อค่าใช้จ่ายรายเดือนหรือไม่

  • ความกังวลของผู้ปกครองเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายระหว่างเรียน

“นิสิตทำงาน part time ทุกวันหลังเลิกเรียนตั้งแต่เวลาประมาณ 18:00 - 24:00 น. เพื่อส่งตัวเองเรียน ไม่มีทุนสนับสนุนจากครอบครัว” –> อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้นิสิตขาดเรียน ไม่มีเวลาทบทวนบทเรียน พักผ่อนไม่เพียงพอ และส่งผลต่อความอยู่ดีมีสุขและผลการเรียน

ด้านอุปนิสัยนิสิต

เพื่อเข้าใจคุณลักษณะของนิสิตในเชิงจิตใจและสังคม เช่น

  • นิสิตเป็นคนเก็บตัวหรือชอบเข้าสังคม

  • มีความเครียดง่ายหรือไม่

  • มีความกล้าจะขอความช่วยเหลือเมื่อตนเองมีปัญหาหรือไม่

  • มีภาวะอ่อนไหวกับความคาดหวัง/แรงกดดันหรือไม่

“นิสิตเป็นคนไม่กล้าแสดงออก หากมีปัญหามักไม่บอกใคร” –> ทำให้คณะทราบว่าจะต้องติดตามนิสิตอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ

อื่น ๆ

  • ความคาดหวังของครอบครัวที่นิสิตอาจรู้สึกกดดัน

  • ความกังวลของผู้ปกครองเกี่ยวกับนิสิต

  • ข้อแนะนำเฉพาะเกี่ยวกับนิสิตที่ควรทราบ

  • ข้อแนะนำอื่น ๆ ที่อยากฝากถึงคณะหรือคณาจารย์คณะครุศาสตร์

ความปลอดภัยของข้อมูล

  • จัดเก็บในระบบที่ปลอดภัย มีการจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล

  • ข้อมูลทั้งหมดจะถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการดูแลนิสิตเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ไม่ใช้ในทางอื่น

  • ประมวลผลข้อมูลภายใต้หลักความจำเป็น กล่าวคือเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องและเพียงพอต่อขอบเขตและวัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลนั้น

  • ปฏิบัติตามหลัก PDPA และมาตรฐานจริยธรรมของมหาวิทยาลัย

บทบาทของผู้ปกครอง

บ้าน + มหาวิทยาลัย = ระบบสนับสนุนนิสิตที่เข้มแข็ง

  • ให้ข้อมูลเบื้่องต้นเกี่ยวกับนิสิต

  • ติดต่อสื่อสารกับคณะเมื่อพบปัญหาหรือพบข้อสังเกตของนิสิต

  • เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการดูแลนิสิต